D 18 มาต่อแว้ววว
posted on 10 Oct 2011 11:15 by kyukiaiบนเรือยอร์ชลำยาวสูงกว่า 4 ชั้น ที่กำลังขับเคลื่อน ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ณ ดาดฟ้าของเรือ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องบินเจ็ท และเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอย่างละหนึ่งลำ รถยนต์ซุปเปอร์คาร์ความเร็วสูงพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ขับเคลื่อนทางน้ำสมรรถนะสูงสุด สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมกับบ่อจากุชชี่แบบนอนคู่สีขาว ขอบอ่างทำด้วยไม้สักขอบทองฝังมุกไฟของแท้
กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชายหนุ่มสองคนยืนเท้าระเบียงเรือยอร์ชรับไอทะเทอุ่นๆที่โชยมาโอบล้อม ดีโน่ยื่นหน้าออกไปไกลจากระเบียง ผมสีเหลืองสะบัดพัดขึ้นเป็นจังหวะอ้อล้อกับลมเช่นเดียวกับผมสีดำสนิทของฮิบาริ
กัปตันเรือวัยย่างเข้าหกสิบ มองเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างปลาบปลื้ม ไม่มีอะไรทำให้เขาสุขได้เท่ากับการที่เห็นเจ้านายของเขามีความสุข
สีเขียวของน้ำทะเลช่างรับกันได้ดีกับท้องฟ้าสีครามสดใสและนัยน์ตาดำสนิท มีเกาะสีทะมึนอยู่ไกลลิบๆ ในระดับสายตา ที่ตรงนี้ไม่มีเมฆ...เปรียบเสมือนทุกสิ่งอย่างปลอดโปร่ง ไม่มีเรื่องคาใจใดๆทั้งสิ้น ฮิบาริหลับตาลงสัมผัสกับความรู้สึกทั้งหมดผ่านทางลมที่โบกโชยปะทะผิวกาย
ผ่านไปไม่นานนัก เรือสีขาวจอดเทียบกับข้างเกาะแห่งหนึ่ง ฮิบาริเลิกคิ้วอย่างสงสัย เพราะจำได้ว่าสิ่งที่เจ้าม้าพยศหัวเหลืองบอกว่าจะพามาดูเป็นปะการัง แต่ทำไมถึงพาเขามาอยู่ที่เกาะนี่เสียล่ะ
“ฉันขอพานายมาที่นี่ก่อนแป๊บนึงนะ”
ดีโน่กล่าวก่อนที่จะเดินมาใกล้ ฉวยโอกาสจูงมือบางของเด็กหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว ทีแรกฮิบาริกะจะสะบัดออกไปเสีย แต่ไปๆมาๆ เขาก็รู้สึกดีไม่น้อยที่มีมือที่ใหญ่กว่ามาโอบอุ้มไว้
ชายหนุ่มจูงมือเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวน้องเดินขึ้นเนินบ้าง ลงเนินบ้าง จนมาถึงใจกลางของเกาะ ที่แห่งนั้นมีสุสานขนาดย่อม เป็นหลุมสีเขียวขจีโปนออกมาจากพื้น มีป้ายหินสลักนามสกุล ‘คาบัคโลเน่’ ข้างในนั้นบรรจุร่างชายผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่ง ซึ่งนอนหลับใหลอย่างไม่รู้จักตื่นอยู่ ดีโน่ปล่อยมือฮิบาริออกก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆ
“พ่อครับ...”
ดีโน่กล่าวขึ้นทำลายความเงียบ เขาพูดขึ้นมาลอยๆ ราวกับว่าคู่สนทนาคือหลุมศพ ก่อนจะคุกเข่าลงเอามือยาวเตะพื้นหญ้าเขียวขจี
“อาจจะฟังดูแปลกไปบ้างนะครับ...แต่ว่าผมกับคนรัก...เราสองคนให้กำเนิดรุ่นที่11ต่อไปไม่ได้ แต่ผม.....ก็คิดว่าผมได้ตัดสินใจเลือกคนที่ดีที่สุดแล้ว”
ดีโน่พูดอย่างรู้สึกผิดต่อพ่อที่หลับใหลอย่างไร้ลมหายใจ เขาเงยหน้าขึ้นกระพริบตาถี่ๆ กลั้นหยดน้ำกลมใสที่ไต่ขอบตาอยู่ก่อนที่มันจะไหลในไม่ช้าบรรยากาศเงียบกริบทำให้ทั้งสองรู้สึกแย่
“...”
ฮิบาริยืนนิ่งเงียบ เขาพอจะเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้ายที่เรียกง่ายๆ ว่า ‘หัวใจ’ ของเด็กหนุ่มเต้นเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ตอนที่เขาได้ยินคำว่า ‘คนรัก’ จากม้าพยศหนุ่มนี้แต่เขายังคงเก็บอาการได้ดีเสมอ
เจ้าของเรือนผมสีดำเอื้อมมือไปจับมือขาวของร่างสูงอีกครั้ง กระชับมันเอาไว้แน่นเป็นเชิงปลอบใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ดีโน่ยิ้มออกเมื่อเขารู้สึกไม่ว้าเหว่ ไม่ได้มีน้ำตาไหลออกมาแต่อย่างใด ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมาก เมื่อได้กำลังใจจากคนที่เขาต้องการอยู่เสมอ
“ไม่ต้องมีคำพูดปลอบใจ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แค่การจับมือกันเอาไว้ ก็ตีความหมายได้แล้วว่านายจะอยู่ข้างฉันตลอดไป...ฮิบาริ”
“พ่อคงเห็นแล้วว่าเรารักกันนะครับ...ผมอยากให้พ่อยอมรับในตัวไอ้เด็กจอมอาละวาดคนนี้ด้วย แล้วเราจะรักกันตลอดไปครับพ่อ แต่ก็ไม่แน่นะรุ่นที่สิบเอ็ดอาจจะเกิดขึ้นมาก็ได้ ลูกป๋าซะอย่างมีอะไรที่ทำไม่ได้ล่ะเนอะ”
ดีโน่กล่าวกับหลุมศพด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เช่นเดียวกับฮิบาริ ที่ยิ้มขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
“พูดเองเออเองชัดๆเลย ใครไปรักกับนายตอนไหนไม่ทราบ ”
ฮิบาริค้านอย่างถูๆ ไถๆ ดีโน่เกือบจะปล่อยก๊ากออกมา เพราะความปากแข็งจนน่ารักน่าฟัดของหนุ่มน้อยข้างๆ เขายิ้มเล็กๆ ก่อนจะชูมือของตนที่ฮิบาริได้กุมไว้ซะแน่นขึ้นมาระดับสายตา
“นี่ขนาดนายไม่รักยังจับซะแน่นขนาดนี้ ถ้ารักกันแล้ว...นายไม่ปล้ำฉันทั้งวันเลยเหรอ? ”
ดีโน่กล่าวยั่วยุอารมณ์ คนโดนยั่วทั้งเขินทั้งอายที่โดนล้อ เขาปล่อยมือออกเตรียมที่จะสกายคิกคนตรงหน้าสักทีสองที ข้อหาล้อไม่รู้เวร่ำเวลา แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อเจ้าหัวเหลืองกลับเข้ามากระโดดกอดอย่างไม่อายฟ้าดิน
“ปล่อยเลยนะไอ้ม้าบ้ากาม!!”
ฮิบาริตะโกนดัง แต่ก็ไม่เป็นผล ดีโน่กระชับอ้อมกอดมากขึ้นไปอีก ก่อนจะโค้งตัวลงกระซิบข้างหูของฮิบาริ
“ใครจะโง่ปล่อยล่ะครับ‘คนรัก’ ^^”
ดีโน่เอ่ยและย้ำตรงคำว่า ‘คนรัก’ อย่างจงใจ ก่อนที่เขาจะยอมปล่อยฮิบาริให้อยู่กับความเขินอายของตัวเองต่อไป ฮิบาริเสมองไปทางอื่นอย่างเอียงอาย
“…”
“ไปเถอะ เราลงไปดูปะการังกัน”
ดีโน่กล่าวชวนอีกครั้ง แล้วจับมือฮิบาริให้เดินตามไปบนเรือยอร์ช
“จะขาวไปไหนครับนั่น”
ร่างสูงเอ่ยขึ้นขณะที่สายตาคมกริบจ้องไปที่หน้าท้องบางและสะโพกกลมมลไม่วางตา
“ไอ้ม้าหื่น”
“แล้วนายไม่หื่นหรือ สาบานได้ไหมล่ะว่าไม่มองหน้าท้องฉัน”
“...”
“แอบมองเรอะเด็กน้อย”
ขณะทั้งสองกำลังเปลี่ยนชุดว่ายน้ำบทสนทนานี้ทำให้คนบางกว่าเขินอายจนต้องงุดหน้าหนีก็มันจะไปอดได้ไง หน้าท้องที่มีลูกหนูนูนแกร่งไม่มากเกินจนน่ากลัวมันก็หยุดใจไม่ได้จริงๆ ฮิบาริกำลังพยายามใส่ สน็อคเกิ้ลสีดำของตน แต่ก็ใส่ได้อย่างติดๆขัดๆ ชายหนุ่มผมทองที่ใส่สน็อคเกิ้ลของตนเรียบร้อยแล้วเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้หนุ่มน้อยที่กำลังพยายามอย่างอารมณ์เสีย แล้วค่อยๆใส่สน็อคเกิ้ลให้เขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยิ้มให้ร่างบางอย่างเอ็นดูสายยางยืดลู่ไปตามเรือนผมดำนุ่มแล้วยิ้มให้อย่างนุ่มนวลและอบอุ่น
“ขอบใจ”
ฮิบาริตอบกลับอย่างเขินอายให้กับรอยยิ้มนั่น ก่อนที่ดีโน่จะจับมือฮิบาริ แล้วกระโดดลงน้ำไปพร้อมกัน
หมู่ไม้ใต้ทะเลหลากสีสันโยกย้ายกันตามจังหวะคลื่น ราวกับว่าเต้นรำตามจังหวะรักของทั้งสองคน ดีโน่กับฮิบาริจับมือกันแหวกว่ายอยู่ใต้น้ำ หมู่ปลาน้อยใหญ่เข้ามาโอบล้อมทั้งคู่เอาไว้เหมือนกับจะเยินยอคู่รักคู่ใหม่ ปะการังสีแดงสดอันหนึ่งหลุดออกจากโคน และไหลมาตามน้ำ ดีโน่จับมันเอาไว้ก่อนที่จะส่งให้คู่รักของตัวเอง ทำทีว่ามันเป็นดอกไม้ช่อโต แต่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ดอกไม้ มันก็ทำให้ฮิบาริหน้าแดงได้ไม่แพ้ปะการังดอกนั้นเหมือนกัน มือบางรีบเก็บใส่กระเป๋ากันน้ำแบบไม่ให้ร่างสูงเห็นแต่เมื่อพลันเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งร่างสูงก็หายไปแล้ว เด็กน้อยใจหายใช่เล่นก็มีแต่ตัวเองคนเดียวรอบๆมีแต่น้ำทะเล ปะการังที่สดใสเมื่อครู่กลายเป็นป่าทึบน่ากลัวในทันใด ร่างเล็กมองซ้ายมองขวาไปรอบๆหาคนผมทอง
“ดีโน่..อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวสิ”
ในใจที่เต้นรัวเปล่งเสียงที่ตนเท่านั้นจะได้ยินออกมาใบหน้าขาวอมชมพูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดด้วยความกลัว แต่แล้ว....ร่างบางก็รู้สึกได้ถึงแรงดอบกอดที่มาจากด้านหลังความอบอุ่นที่ทำให้รู้ว่าใคร ฮิบาริหันห้ากลับไปมองคนข้างหลังดวงตากลมโตจ้องมองตาอีกฝ่ายที่ไม่ได้ใส่หน้ากากก่อนมือหนาจะถอดสนอกเกอร์เกะกะออกจากหน้ามลแล้วจูบหนักๆลงบนเรียวปาก ลิ้นหนาแทรกในปากบางก่อนที่ลิ้นบางจะจะเกี่ยวตอบพันไล้ไปมากันแน่นๆ กล้ามเนื้อริมฝีปากสั่งการให้แนบกันจนสนิทแล้วบิดซ้ายทีขวาทีตาทั้งสองใต้หน้ากากดำน้ำมองกันแทบไม่กระพริบจูบสุดหวาน..ท่ามกลางหมู่ปลาเป็นสักขีพยานนี้ไม่มีใครรู้นอกจากเขาและปลาน้อยนับพันที่พูดไม่ได้ ทะเลแทบกลายเป็นสีชมพูอยู่แล้ว ไม่นานนักร่างสูงก็ดังตัวให้ลอนสู่ผิวน้ำเพราะรู้ว่าหากอยู่ในสภาพนั้นอีกไม่นานคงขาดอากาศหายใจตายกันทั้งคู่ปากทั้งสองยังติดกันอยู่เลยตอนโผล่พ้นน้ำ ทำให้กัปตันที่ไปช่วยดึงขึ้นจากน้ำอดอมยิ้มไม่ได้
“ทำแบบนี้มันอันตรายนะครับนายน้อย”
สียงอาสุโสของชายวัยทองเอ่ยบอกเจ้านายต้น
“ทำไงได้อากาศหายใจในถังหมดก็ต้องเอาจากนอกถังสิ..จริงไหม”
“ครับๆนายน้อยนี้โรแมนติกเหมือนนายท่านกับคุณแม่เลยนะครับ”
“ทำไงได้พ่อให้มาเยอะ”
สองคนขึ้นจากน้ำได้นานพอสมควรแล้ว กัปตันวัยชราขับเรือแล่นไปเรื่อยๆ ตามคำสั่งของนาย จนเวลาล่วงเลยมานาน ท้องฟ้าสีครามเปลี่ยนเป็นสีส้ม...แต่เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน นกนางนวลหลายตัวบินโฉบไปมาแต่งแต้มให้ท้องฟ้ายามเย็นน่ามองมากขึ้น
ดวงตะวันลูกโตค่อยๆ ถูกท้องทะเลกลืนกิน ทั้งสองคนจับจ้องไปที่มันอย่างไม่วางตา มันช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก สองฝ่ามือประสานกันมองดูพระอาทิตย์ที่เตรียมตัวจะหลับใหลและยกหน้าที่ให้กับพระจันทร์ต่อไป ผืนทะเลสีครามเปรียบเสมือนที่นอนอันกว้างใหญ่ที่รอรับดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้าไป...
“คงจะโรแมนติกดีใช่มั้ย ถ้าฉันจะบอกรักนายตรงนี้” ดีโน่ถามอย่างขวานผ่าซาก
“อืม..”
ฮิบาริตอบเบาๆอย่างเห็นด้วย
“ฮะๆ ฉันรักนายนะ เด็กดื้อ ^^”
สิ้นคำพูดของดีโน่ เขาก็ผละฝ่ามือออกจากเจ้าของเรือนผมสีดำ และใช้มันทาบเปลือกตาของฮิบาริให้ปิดลง คนตัวสูงกว่าก้มลงทาบริมฝีปากกับคนตัวเล็ก ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างผาสุก คู่รักทั้งสองจุมพิตกันโดยมีพระอาทิตย์ทอแสงสีทองกระทบ ผืนทะเลทอประกายระยิบระยับเป็นพื้นหลัง ท้องฟ้าสีส้มอำพัน และนกนางนวลหลากร้อยตัวเป็นสักขีพยานรัก...ลิ้นเล็กๆเรียวไหลตวัดกันไปมา ร่างสูงเอาลิ้นลงรูปโลมเลียบนเพดานปาก ลิ้นล่างหนาลูบไล้ไปมาบนเรียวฟันขาวสวย ก่อนร่างบางจะทนไม่ไหวผละออกจากกันด้วยความเขินอาย นั่นทำให้ร่างสูงยิ้มออกมาน้อยๆด้วยความสุขใจ ดวงอาทิตย์ที่กำลังอัสดงลง สะท้อนแสงพระอาทิตย์ยามตกดินให้กับคู่รักทั้งสอง...
อ้อ...อย่าลืมกัปตันซึ่งมองผ่านกระจกหลังที่อมยิ้มไปด้วย
'
'
'
'
-ปัง!!!!-
กัปตันและทุกคนบนเรือหันหลังกลับไป เสียงปืนดังขึ้น พร้อมเรือ สีดำทมิฬแม้เล็กกว่าเรือยอร์ชขอดีโน่หลายเท่า แต่มีอาวุธครบครัน มีทั้งปืนใหญ่ และอาวุธหนักมากมาย แลดูน่าเกรงขามและ เปี่ยมด้วยแสงยานุภาพ เสียงท้องเรือขึ้นสนิมคลูดกับท้องเรือสำราญของดีโน่ที่มีเพียงฮอลและเรือฉุกเฉินที่สามารถหนีภัยได้ เรือดำนั้นทอดสมอลงพร้อมหันปากกระบอกปืนใหญ่มาทางเรือของดีโน่ ชายร่างใหญ่หลายคน ลงจากเรือพร้อมด้วยอาวุธครบมือ หนึ่งในนั้นมีชายชราหนวดเครายาว ไม่ใส่เกราะกันกระสุน หรือชุดดำแบบคนอื่น หากแต่พกดาบและปืนไรเฟิลรุทสวัด 17 ที่ไม่สามรถ ขึ้นนกอัตโนมัติได้ แต่เขาสามารถ ยิงและรีโหลดกระสุนได้อย่างรวดเร็ว จนไม่น่าเชื่อ เสียงคนดังโห่ร้องพร้อมทั้ง เสียงปืนสุรสิงหนาถ พรั่งพรูเข้ามาข้ามสะพานข้ามเรือ
“สลัดโจมตีเรือครับ นายน้อยพานายหญิง(?)หนีไปครับไปขึ้นเฮลิคอปเตอรร์”
-ตูม-
เสียงอาร์พี่จี พุ่งเข้าใส่ฮอร์ จนใบพัดกระเด็นเข้าใส่ ท้ายเรือ
กลุ่มโจรที่ขึ้นมานั้นเริ่มเดินสอดส่อง กระบอกปืน m16 มาตามเรือเริ่มกลาดยิงเข้า
“นายน้อย พานายหญิงไปครับ ทางนี้ผมรับมือเอง”
-ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง-
-เพร้งงงงงงง-
เสวียงปืนสาดเข้าใส่ กระจกห้องบังคับการเรือ ลูกเรือหลายคน ถูกยิงตาย ดีโน่กอด ฮิบาริไว้แน่น พร้อมพาตัวหลบไป
“เห้ย นะคนนั้น ไปเอาหัวมันมา”
เสียงชายเครายาว ตะโกนพร้อมชี้มาหา ดีโน่
“นายน้อย หนีไปครับ หนีไป”
ชายเครายาว เดินมาหากัปตันพร้อมพ้อมจะยกดาบขึ้นฟัน กัปตันแม้จะชราแล้วยก ราเพรีย(กระบี่ยาวอย่างทหารเสือราชินีอังกฤษ) ตวัดกัน พร้อมถอยหลังมาหนึ่งก้าว ด้วยนัยน์ตา เบลิกโพลน
“นายยังจำครั้งสุดท้ายที่เราดวนกันได้ไหม แกฝากแผลนี้ไว้กลางหน้าฉัน แกคงนึกว่า ฉันตายไปแล้วแต่ไม่ วันนี้ฉันได้ว่าจ้างมาเด็ดหัวนายแกพร้อมทั้งเด็ดหัวแกด้วย”
“ชั้นจำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับแก แต่วันนี้ ชั้นจะไม่ให้ใครแตะต้องนายน้อย และนายหญิงของฉัน”
“มีผู้หญิงด้วยเรอะ มันร้ายนี้หว่า”
“ผู้ชายเฟ้ย”
“ฮ๊ะ มันรสนิยม วิลัยหรือเกิน พวกแกได้ยินไม๊ว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ตอนนี้เรือโดนพวกมันยึดไว้แล้ว ฮิบาริจะ....เห้ยฮิบาริ”
ไม่ทันขาดคำเจ้าตัวผมดำพุ่งกระโจนเข้าฟาดฟัน โจรสลัดด้วยทอนฟา จนล้มละเนระนาดและกำลังจะเดินไปฟาดกัปตัน
-ฟับ-
เสียงดาบใบตายของกัปตันรวดเร็วกว่าที่คิดมากพุ่งเข้าใส่ร่างบางของฮบาริ แต่
-อัก-
กัปตันย้ายตัวมารับดาบอย่างรวดเร็ว แล้วผลัก ร่างบางๆของเขาออก
“ไอโจรนี้น่ะ มันต้องสู้กับผม ไม่ใช่กัปท่านครับ นายหญิง”
“เคียวยะ นายเป็นอะไรไหม”
ดีโน่วิ่งเข้ามาพาตัวเขาออกไป
“แกทำจงใจทำร้ายนายฉัน แก”
กัปตันตวัดราเพรียใส่ ไม่ยั้ง กัปตันกระแทกดาบเข้าใส่จน เกิดประกายไฟ และสร้างสเก็ดไฟไปโดน น้ำมันที่หกรดราดอยู่บนพื้น เกินประกายไฟลุกลามไปทั่วทั้งลำเรือใหญ่ โดยมีกัปตัน ยืนฟาดฟัน กันบนดาดฟ้าเรือ ลมฟัดไปทางทิศตะวันออกทวนลำเรือขึ้นไป ทำให้ไฟโหมกระหน่ำใส่ทั้งสอง ลูกเรือโจรสลัดเริ่มสละเรือ พรอมสบดบอกกัปตันเครายาว แต่ทั้งสองไม่มีใคร มีท่าทีจะสละ ยานนาวาเพลิงลำนี้ นัยน์ตาทั้งสองคน มีเพียงใบหน้าฝ่ายตรงข้ามและ พระเพลิงโหมกระหน่ำ
-ตูม-
เสียงระเบิดดังขึ้นจากท้ายเรือ
“เรารีบเคลียบัญชีให้มันเสร็จสรรพตรงนี้เลยดีกว่า ไหนไหนก็ไหนๆแล้ว”
edit @ 10 Oct 2011 11:29:35 by kyukiai







































































